โซลาร์รูฟท็อป

นายดุสิต เครืองาม นายกสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย เปิดเผยว่า ในปีหน้าคาดว่าการลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย (โซลาร์รูฟท็อป) ในภาคธุรกิจและครัวเรือนจะยังคงขยายตัวแบบต่อเนื่องโดยคาดว่าจะมีการติดตั้ง 1,000 เมกะวัตต์ก่อให้เกิดการลงทุน 30,000 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปต่ำกว่าราคาขายปลีกที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายทำให้ภาคธุรกิจมีการพิจารณาติดตั้ง เพื่อลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

 

“ขณะนี้ต้นทุนค่าไฟฟ้าดังกล่าวมีราคาถูกลงอย่างต่อเนื่อง หากตั้งบนสมมติฐาน อายุใช้งานเพียง 10 ปีค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 3 บาท แต่หากคิดเฉลี่ย 20 ปีค่าไฟอยู่ที่เพียง 2 บาทเศษ จึงไม่แปลกที่จะเห็นมีการติดตั้งมากขึ้นโดยเฉพาะจากผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (IPS) และโซลาร์ส่วนนี้ยังไม่รวมกับโซลาร์ภาคประชาชนที่รัฐจะส่งเสริมอีก”

นอกจากนี้ ในขณะนี้กระทรวงพลังงานยังอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ (พีดีพี 2018) ในภูมิภาค ซึ่งทราบว่าได้มีการบรรจุการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคประชาชนตลอดแผนจำนวน 10,000 เมกะวัตต์ จึงต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้กับประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปแล้วสามารถจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินให้เข้าสู่ระบบได้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ว่า การที่ร่างพีดีพีออกมาเรียบร้อย ก็จะทำให้เกิดการลงทุนด้านพลังงาน ที่มีทิศทางชัดเจนขึ้นในปี 2562 โดยเฉพาะจากพลังงานทดแทนที่ต้องหยุดไประยะหนึ่ง เพราะนโยบายพลังงานที่คลุมเครือหลายเรื่อง และแม้แผนพีดีพีจะออกมาแต่ที่สุดแล้วคงต้องมาดูรายละเอียดของการปฏิบัติว่าจะเปิดรับซื้ออย่างไรทั้งโซลาร์ภาคประชาชน โรงไฟฟ้าจากขยะ เป็นต้น.

 

ที่มา   https://www.thairath.co.th