แม้ว่าปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังได้รับความนิยมจากทั่วโลกเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุผลหนึ่งของการตระหนักถึงสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้น ประกอบกับแต่ละประเทศต้องการลดภาระจากการนำเข้าพลังงาน จึงหันมาให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทดแทนที่มีอยู่มากขึ้น แต่หากคิดเป็นสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของทั่วโลกก็ยังถือว่ามีจำนวนน้อย เพียง 30,000 เมกะวัตต์เท่านั้น จากการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 20,000 ล้านเมกะวัตต์

ขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย ถึงสิ้นปี 2555 นี้ คาดว่าจะสามารถจ่ายเข้าระบบได้เพียงประมาณ 400 เมกะวัตต์ และในปีหน้าคาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ ตามประมาณการของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ที่ประเมินไว้ จากเป้าหมายทั้งหมดของแผนพัฒนาพลังงานทดแทนของกระทรวงพลังงานที่ตั้งไว้ 2,000 เมกะวัตต์ ภายใน ปี 2564

สำหรับประเทศไทย การที่ปริมาณไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ยังจ่ายเข้าระบบน้อยอยู่ เนื่องจากที่ผ่านมา ต้นทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีราคาสูง ประมาณ 20 บาทต่อหน่วย ขณะที่ค่าไฟฟ้าที่รับซื้อตกประมาณกว่า 3 บาทต่อหน่วย ทำให้ไม่มีผู้สนใจเข้ามาลงทุน ต่อมาระยะหลังเทคโนโลยีมีการพัฒนามากขึ้น ทำให้ต้นทุนการก่อสร้างลดลงมาอยู่กว่า 10 บาทต่อหน่วย ประกอบกับกระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น โดยให้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าหรือ Adder ในช่วงแรกถึง 8 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี จูงใจให้เอกชนหันมาสนใจมากขึ้น แม้ว่าในภายหลังกระทรวงพลังงานจะลด Adder ลงเหลือ 6.50 บาทต่อหน่วยก็ตาม แต่โดยรวมแล้ว ก็มีผู้ยื่นข้อเสนอขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 3,000 เมกะวัตต์ ในขณะที่เป้าหมายการรับซื้อได้เพียง 2,000 เมกะวัตต์ ส่งผลให้กระทรวงพลังงานต้องประกาศหยุดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2553 ที่ผ่านมา

นายสหัส ประทักษ์นุกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป สะท้อนให้เห็นว่า แม้ว่ากระทรวงพลังงาน จะหยุดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ไปแล้ว เนื่องจากมีผู้เสนอขายไฟฟ้าเข้ามามาก แต่เกิดปัญหาว่าผู้ที่รับใบอนุญาตให้ขายไฟฟ้าได้ ไม่ได้ดำเนินการลงทุนจริงและเลยระยะเวลากำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบหรือเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ไปแล้ว กระทรวงพลังงานจึงจำเป็นต้องเคลียร์หรือตัดสิทธิ์ผู้ที่ไม่ลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าออกไป เพื่อจะได้ทราบว่าทั้งประเทศจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดในปริมาณเท่าใด ซึ่งจากตัวเลขของ สนพ.ทราบว่าเวลานี้จะมีปริมาณไฟฟ้าที่จ่ายเข้าระบบได้จริงประมาณ 1,200 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลืออีก 800 เมกะวัตต์ จะต้องดูความชัดเจนของกระทรวงพลังงานว่าจะส่งเสริมการรับซื้อในรูปแบบใด โดยเฉพาะการส่งเสริมในรูปแบบ Feed in Tariff ที่ให้ค่าไฟฟ้าคงที่ตลอดระยะ 25 ปี ที่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปอัตราค่าไฟฟ้าได้ว่าจะอยู่ที่เท่าใด

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของเอ็กโก กรุ๊ป เห็นว่าถ้าภาครัฐเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รอบใหม่ขึ้นมา เอ็กโก กรุ๊ป ก็พร้อมที่จะเข้าไปลงทุนเพิ่มขึ้นอีก จากปัจจุบันที่มีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อยู่แล้ว 16 แห่ง เนื่องจากมีพื้นที่และมีผู้ร่วมทุนอยู่แล้ว ประกอบกับการที่รัฐบาลสนับสนุนให้ Adder หรือ Feed in Tariff เชื่อว่าจะให้บนพื้นฐานที่ผู้ลงทุนสามารถอยู่ได้ รวมทั้งเอ็กโก กรุ๊ปมีความชำนาญในธุรกิจผลิตไฟฟ้ามากว่า 20 ปี ทั้งในด้านการก่อสร้าง การคัดสรรเทคโนโลยีที่ดี มีประสิทธิภาพสูงและทันสมัยมาใช้ รวมทั้งการเดินเครื่องและบำรุงรักษา ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เอ็กโก เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเอ็กโก ที่มีกำลังบุคลากรและความพร้อมในทุกด้าน จึงสามารถดำเนินงานได้อย่างครบวงจร

 

ที่มา http://www2.egco.com